Home » ทำความรู้จัก Page Experience กับการวัดผลบนหน้าเว็บไซต์

ทำความรู้จัก Page Experience กับการวัดผลบนหน้าเว็บไซต์

15 September 2021


“สิ่งแรกที่ควรคำนึงก่อนการทำเว็บไซต์คือการวางโครงสร้างที่ดี”

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงบอกว่าต้องวางโครงสร้างให้ดี ลองนึกภาพตามว่าการวางโครงสร้างเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนการวางรากฐานของบ้าน ถ้ามีความแข็งแรงต่อให้เจอแดดแรงหรือ พายุฝนก็ยังสามารถที่จะอยู่ได้ใช่มั้ยล่ะครับ

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางโครงสร้างให้ดี สิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวแปรให้เว็บไซต์มีโครงสร้างที่ดีทำให้หน้าเว็บไซต์ของเราติดอยู่ในอันดับแรกๆ ของการค้นหาใน Google ก็คือการทำ SEO (Search Engine Optimization) ศัพท์ยอดฮิตในวงการของการทำเว็บไซต์ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี

โดยครั้งนี้จะขอพูดถึงปัจจัยสำคัญที่ Google ได้มีการประกาศออกมาเกี่ยวกับการวัดผลประสบการณ์หน้าเว็บไซต์ หรือเรียกกันว่า “Page Experience” ที่เป็นส่วนหนึ่งในการจัดอันดับ SEO หากเว็บไซต์มีลักษณะเนื้อหาที่คล้ายกัน การใช้ Page Experience เป็นตัวชี้วัดที่ส่งผลให้การจัดอันดับเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เนื้อหาในเว็บ A และ เว็บ B เหมือนกันทั้งคู่ แต่ประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ใช้เว็บ B รู้สึกว่าโหลดช้าไม่สามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อเทียบกับเว็บ A

จากกรณีนี้ทำให้เห็นได้ว่าประสบการณ์หน้าเว็บ B ไม่ดีพอ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบระยะยาว หากไม่รีบดำเนินการแก้ไข เนื่องจากถ้าผู้ใช้งานเข้าเว็บ B แต่รู้สึกไม่ประทับใจ การที่จะสร้างโอกาสให้ผู้ใช้งานกลับเข้ามายังเว็บไซต์อีกครั้งก็จะลดน้อยลง ดังนั้น Page Experience ถือเป็นตัวช่วยให้การวางโครงสร้างเว็บไซต์ของเราทำได้ดียิ่งขึ้น

5 องค์ประกอบของ Page Experience ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ใช้งานเข้าไปยังเว็บไซต์ของเรา

  1. Core Web Vital: ประสิทธิภาพความเร็วของการโหลดหน้าเว็บไซต์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อย่อย
  • LCP (Largest Contentful Paint): การวัดผลรูปภาพหรือข้อความที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเว็บไซต์ว่าสามารถโหลดเสร็จภายในกี่วินาที ซึ่งค่า LCP ที่ดีไม่ควรเกิน 5 วินาที โดยการโหลดช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความเร็วอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งาน ส่วนปัจจัยที่ควบคุมได้ คือสิ่งที่เจ้าของเว็บไซต์มีอำนาจในการจัดการตั้งแต่คุณภาพเซิฟเวอร์ไปจนถึงขนาดรูปภาพที่ใช้ในเนื้อหาของเว็บไซต์ เราจึงควรคำนึงถึงการจัดการ asset ต่างๆ ที่ถูกใส่เข้าไปในหน้าเว็บเพจให้เหมาะสมอยู่เสมอ
  • FID (First Input Delay): การวัดผลความเร็วในการตอบสนองระหว่างที่ผู้ใช้งานกับเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการการแสดงข้อมูล หรือการตอบสนองของปุ่มต่างๆ โดยค่าความเร็วควรจะอยู่ต่ำกว่า 1 วินาที ซึ่งถือเป็นการตอบสนองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ เช่น เวลาเราใช้งานเครื่องคิดเลข หากเราใส่สูตรเรียบร้อยและพร้อมที่จะคำนวนหาผลลัพธ์ สิ่งที่เราคาดหวังคือผลลัพธ์ที่ถูกคำนวนออกมาจะต้องแสดงผลให้เราเห็นได้ทันที หากช้าหรือใช้เวลานาน เราคงจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องคิดเลขอื่นแทน เป็นต้น
  • CLS (Cumulative Layout Shift): การวัดผลเรื่องความเสถียรของภาพที่แสดงผลบนเว็บไซต์ เช่น การที่ผู้ใช้งานพยายามอ่านข้อความบางอย่าง แล้วข้อความนั้นๆถูกดันให้เคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิม ส่งผลให้การอ่านไม่ปะติดปะต่อหรือทำได้ยาก เพราะจะต้องคอยจับบรรทัดในอ่านใหม่อยู่บ่อยครั้ง หรือปุ่มที่ผู้ใช้งานพยายามจะกด กลับเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งที่ผู้ใช้งานตั้งใจกด ส่งผลให้ผู้ใช้งานกดผิดปุ่มและสร้างความหงุดหงิดได้ จากที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อผู้ใช้งาน ดังนั้นค่าความเสถียรที่ดีควรจะต่ำกว่า 1
  1. Mobile First: จากผลสำรวจปัจจุบันพบว่าผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์ผ่านมือถือเป็นหลัก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้พัฒนาเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญกับการออกแบบบนมือถือแทนที่จะเป็นเดสก์ท็อป เพราะปัญหาที่สามารถพบเจอได้บ่อยคือ การแสดงผลเว็บไซต์ในรูปแบบมือถือมักจะติดขัดเรื่องการแสดงผลเนื้อหาต่างๆ ที่ไม่ได้ถูกปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานผ่านมือถือ อย่างเช่น ขนาดตัวอักษร การจัดวาง หรือขนาดของปุ่มต่างๆ รวมถึงฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ปรกติบนเดสก์ท็อป แต่กลับไม่ทำงานหรือทำงานได้ไม่ดีบนมือถือ หากเรามีการวางโครงสร้างการออกแบบที่ชัดเจนง่ายต่อการใช้งาน ก็จะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้งานกลับเข้ามายังเว็บไซต์อีกครั้ง ที่สำคัญการออกแบบต้องขึ้นอยู่กับบริบทของเว็บไซต์ เพราะบางเว็บถูกออกแบบมาเพื่อใช้การฟีเจอร์ครบครันได้เฉพาะเดสก์ท็อป และเว็บบนมือถือนั้นจะซัพพอร์ทเฉพาะบางฟีเจอร์ใช้งานบ่อย
  2. Safe Browsing: ความปลอดภัยของเว็บไซต์ที่จะต้องไม่มีเนื้อหาที่หลอกลวงผู้ใช้งาน หรือ malware ที่จะเข้าไปฝังอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือมือถือของผู้ใช้งาน ซึ่งเจ้าของเว็บควรมีการตรวจเช็คความผิดปกติของเว็บไซต์อยู่เป็นประจำ เพื่อป้องกันและเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และตัวเว็บไซต์เองอีกด้วย
  3. Https: สัญลักษณ์ที่แสดงออกว่าเว็บไซต์ของเรามีความปลอดภัย ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความเชื่อมั่นที่เข้ามาเว็บไซต์ของเรา สังเกตได้ง่ายๆ จะเห็นว่าตรงลิ้งค์ที่เข้าไปเว็บไซต์ที่มีระบบป้องกันความปลอดภัยจะมีคำว่า Https ขึ้นอยู่ด้านหน้า
  4. No Intrusive Interstitials: การบดบังเนื้อหาบางอย่างในเว็บไซต์ เช่น เวลาที่เราคลิกเพื่อดูเนื้อหาเพิ่มเติมจะมี pop up ขนาดใหญ่ที่ทำให้ไม่สามารถอ่านรายละเอียดได้ ซึ่งสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้งานที่เข้าไปยังเว็บไซต์ ดั้งนั้นควรจะต้องเช็คขนาดรูปภาพที่จะเป็น pop upให้มีความเหมาะสมต่อผู้ใช้งานด้วย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นรายละเอียดของ Page Experience ที่ Google ได้มีการประกาศและนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการให้คะแนนการจัดอันดับการค้นหาของเว็บไซต์ ซึ่งการวางโครงสร้างที่ดีทำให้เว็บไซต์ของเรามีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นการออกแบบหรือพัฒนาเว็บไซต์จะต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อทำให้เว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพและสร้างความรู้สึกที่ดีต่อผู้ใช้งาน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากให้เราเป็นที่ปรึกษาการทำโครงสร้าง SEO และวางแผนขั้นตอนการออกแบบเว็บไซต์ก็สามารถติดต่อกันเข้ามาได้เลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
These cookies are used to gather information about your experience, including how visitors interact with our website, and to make improvements.
If you require any additional information, please click on Privacy Policy And You may also modify your personal privacy click on Settings

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save