Home » การดูแลจิตใจ (ตัวเอง) ในช่วงวิกฤติ ฉบับรวิศ หาญอุตสาหะ

การดูแลจิตใจ (ตัวเอง) ในช่วงวิกฤติ ฉบับรวิศ หาญอุตสาหะ

1 October 2021


หัวข้อการดูแลจิตใจ (ตัวเอง) ในช่วงวิกฤต เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม Club Burrow ครั้งที่ 2 จัดขึ้น @Gather Town แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้ทีมแรบบิททุกคนเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันทุกเดือน

โดยหัวข้อนี้จะอยู่ในช่วง Inspiration Talk ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณรวิศ หาญอุตสาหะ (พี่แท๊ป) CEO บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด มาแชร์เทคนิคและประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องการดูแลสภาวะจิตใจให้ได้รับฟังกัน

โดยเริ่มต้นจากการพูดถึงสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ในช่วงสองปีนี้ ที่ส่งผลทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยทำงาน และวัยผู้สูงอายุ จะเห็นได้ชัดว่าเด็กต้องเปลี่ยนแปลงมาเรียนออนไลน์ ซึ่งทำให้ไม่ได้พบปะกับเพื่อนๆ ขาดพัฒนาการในการเติบโต และวัยทำงานต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากออฟฟิศมาทำงานที่บ้าน ไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันแบบจริงๆ ทำให้ยากต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีร่วมกัน ส่วนวัยผู้สูงอายุที่ต้องการเก็บเงินเกษียณเพื่อไปท่องเที่ยวอย่างอิสระนั้น ถูกจำกัดด้วยสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกไปไหนได้

จากการสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่ประมาณ 80% มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ เครียด ทำให้มีอาการนอนไม่หลับ กินเยอะผิดปกติ กดมือถือเล่นโซเชียลทั้งวัน เพราะรู้สึกว่าโลกในความจริงนั้นกดดัน ดังนั้นในช่วงสถานการณ์แบบนี้สิ่งสำคัญที่เราจะต้องหันมาใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ คือเรื่องของการดูแลจิตใจตนเอง

เสาหลักของการดูแลสภาพจิตใจที่ดีมี 5 ข้อ ดังนี้

  1. Connect: การมีปฎิสัมพันธ์กับผู้คน เพราะเวลาที่เราไม่พูดคุยกับคนอื่นนานๆ จะส่งผลให้จิตใจเราห่อเหี่ยว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่โรคซึมเศร้า
  2. Mood: การเคลื่อนไหวขยับร่างกาย ไม่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ เพราะหากเราขาดการเคลื่อนไหวจะทำให้เราหมกหมุ่นและคิดถึงแต่เรื่องเดิมๆ
  3. Aware: การมีสติรู้ตัว พยายามเรียนรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้กับตัวเอง
  4. Learn: การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด จะช่วยทำให้เราเจอกับความท้าทายในชีวิต และไม่ทำให้รู้สึกว่าความรู้ที่ตัวเองมีนั้นถดถอยน้อยลง
  5. Give: การช่วยเหลือ เพราะบางทีความสุขก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรับเพียงอย่างเดียว การมอบให้จึงเป็นการช่วยเหลือที่ดีต่อสุขภาพจิต ช่วยสร้างความสุขได้เช่นกัน

ในช่วงสภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก ทั้งความเครียด ความกดดันต่างๆ  จึงก่อให้เกิด “Negative Self Talk” ความรู้สึกลบต่อตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่เก่งพอ และรู้สึกเกลียดตัวเอง เพราะคิดว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากตัวเองทั้งหมด โดยสามารถเช็คว่าเรามีอาการเหล่านี้ได้จากเช็คลิสต์ทั้ง 10 ข้อนี้

หากลองทำเช็คลิสต์แล้วอยู่ที่ประมาณ 5 ข้อขึ้นไป เราอาจจะเข้าข่ายอาการเกลียดตัวเอง ซึ่งวิธีที่จะทำให้เรากลับมารู้สึกดีต่อตัวเองได้ คือการที่เราต้องมี Self-Compassion การเมตตาต่อตัวเอง เวลาเราเจอกับความล้มเหลวหรือความผิดหวัง เราต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นและยอมรับความล้มเหลวนั้นก่อนแต่ว่าเชื่อว่าวันนึงมันจะดีกว่านี้ เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อก้าวต่อไป

ซึ่งการจะสร้าง Self-Compassion จะต้องเริ่มจากการมีสติยอมรับว่าเรากำลังผิดหวัง และเข้าใจความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนสามารถเกิดความผิดหวังได้เหมือนกันหมด ที่สำคัญที่สุดเราต้องใจดีต่อตัวเอง ลองปลอบตัวเองเหมือนกับที่เราปลอบเพื่อนสนิทเวลาที่ไม่สบายใจ

วิธีการฝึกฝนการมี Self-Compassion สามารถทำได้จากกระบวนการทำสมาธิในแบบสั้นๆ หายใจเข้า หายใจออก ฝึกคิดอยู่กับปัจจุบัน เพราะสาเหตุที่คนเราทุกข์ เกิดจากการนึกถึงอดีตที่ผ่านมากับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง การมีสติรู้ตัวอยู่กับปัจจุบันจะทำให้เราไม่ฟุ้งซ่าน และไม่จมกับความทุกข์ใจ โดยเฉพาะช่วงนี้หลายคนกลัวติดโควิด ทำให้เกิดความกังวลใจขึ้นมา การมีสติรู้ตัวจะช่วยให้เรารู้เท่าทันสภาวะจิตใจได้ดียิ่งขึ้น

โดยกิจกรรมที่ช่วยสร้าง Self-Compassion มี 4 อย่าง ดังนี้

1. The power of Letting Go จาก Tedtalk ของ Jill sherer murray ที่แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1: ปล่อยความคิดที่จะโทษตัวเองทิ้งไป
ขั้นที่ 2: ปล่อยให้คนอื่นคิดแบบที่เขาคิด เพราะเราไม่สามารถบังคับความคิดของคนอื่นได้
ขั้นที่ 3: ปล่อยตัวตนที่ไม่จริงทิ้งไป ให้ได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้เรามีความสุข
ขั้นที่ 4: ปล่อยความอยากเพอร์เฟค และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น
ขั้นที่ 5: ปล่อยคำว่า “ยังก่อน” ทิ้งไป ด้วยการลงมือทำทันที

2.Self-Hugging การกอดและปลอบตัวเอง ให้รู้สึกผ่อนคลายจากสภาวะจิตใจที่กดดัน

3.Morning Pages การเขียนหลังตื่นนอน คิดอะไรได้ในหัวให้เขียนออกมาเลย เพราะการเขียนแบบนี้จะช่วยเรียบเรียงไอเดียในสมองเพื่อช่วยลดความเครียดลงได้

4.Unsent Letter การเขียนจดหมายลับโดยไม่จำเป็นต้องส่ง อาจจะเขียนถึงตัวเองในอนาคต หรือเขียนถึงคนอื่นๆ ก็ได้ การเขียนนี้จะช่วยทำให้เราเข้าใจคนอื่นและเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคและประสบการณ์ในการดูแลสภาวะจิตใจตัวเองในช่วงสถานการณ์วิกฤติ ที่พี่แท๊ปตั้งใจนำมาแชร์ให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างจิตใจให้แข็งแรง สดใส พร้อมเป็นพลังให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าในทุกวัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
These cookies are used to gather information about your experience, including how visitors interact with our website, and to make improvements.
If you require any additional information, please click on Privacy Policy And You may also modify your personal privacy click on Settings

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save